Get Adobe Flash player

ข้อมูลงานเผยแผ่

เข้าสู่ระบบ



  

สรงน้ำ พระราชปริยัตยากร ๕๖

ทำบุญ ๘๐ ปี

เด็กวัด พาเที่ยว ตอนแรก ณ วัดพิชโสภาราม

รายการส่องธรรม

ขณะนี้คุณอยู่ที่

หน้าหลัก ธรรมะผู้ปฏิบัติธรรม โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ

โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ

โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ

วันนี้จะได้น้อมนำเอาธรรมะเรื่องโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ มาบรรยายโดยสังเขปกถา พอเป็นเครื่องประดับสติปัญญา และเป็นแนวทางแห่งการปฏิบัติของท่านทั้งหลายสืบไป

โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการเป็นธรรมที่เป็นฝักฝ่ายแห่งการตรัสรู้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของโยคีบุคคล ผู้บำเพ็ญพระกรรมฐานอันเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ผู้ปฏิบัตินั้น ได้บรรลุสามัญญผล แต่โพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการนี้ บางข้อหรือบางหมวดได้บรรยายโดยพิสดารไปแล้ว สำหรับวันนี้จะได้นำมาบรรยายทั้ง ๓๗ ข้อเมื่อธรรมะทั้ง ๓๗ ข้อบรรยายให้จบวันเดียว จึงต้องบรรยายโดยสังเขปกถา พอรู้แนวทางแห่งการประพฤติปฏิบัติ

ธรรมะที่เป็นฝักฝ่ายแห่งการตรัสรู้ คือโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการนี้ ย่อมประชุมพร้อมเมื่อวิปัสสนาเกิดสมบูรณ์ในโยคีผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เป็นเทศนาวิธีอย่างพิสดารอันเป็นทางไปสู่พระนิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นหมวดธรรม ๗ หมวดคือ

๑. หมวดสติปัฏฐาน ๔ ได้แก่สติเจตสิก ๑ ดวงที่ควบคู่อยู่กับกายานุปัสสนา ๑ เวทนานุปัสสนา ๑ จิตตานุปัสสนา ๑ ธัมมานุปัสสนา ๑ อันเป็นที่ตั้งของสติ

๑.๑ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน คือพิจารณากายอยู่เนืองๆ ด้วยมีสติเป็นที่ตั้ง เพื่อประหาณสุภสัญญา อันเป็นสัญญาวิปลาส มีสติรู้ทันในอิริยาบถใหญ่น้อย คือ ยืน เดิน นั่ง นอน คู้ เหยียดเป็นต้น ตลอดถึงพิจารณาให้เห็นให้รู้ว่าร่างกายนี้ ไม่สวย ไม่งาม ไม่น่าดูไม่น่ารักไม่น่าชม เป็นอสุภะแท้ๆ ดังนี้เป็นต้น แล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนา พิจารณาพระไตรลักษณ์ของรูปนาม เห็นความเกิดดับชัดด้วยปัญญา ผ่านญาณ ๑๖ ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์ ด้วยการเจริญกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน

๑.๒ เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน เพ่งพิจารณาเวทนาเนืองๆ ด้วยมีสติรู้ทันเป็นที่ตั้ง สุขก็รู้ทัน ทุกข์ก็รู้ทัน อุเบกขาไม่สุขไม่ทุกข์คือเฉยๆ ก็รู้ทัน เพื่อประหาณวิปลาสในการเสวยสุข เสวยทุกข์ เสวยอุเบกขา ว่ามีความสุขความสบาย น่าชอบ น่าอยากได้เป็นต้น ตัณหาที่ประกอบกับเวทนาทั้งหมด เรียกว่า สุขวิปลาส เมื่อใดมีสติกำหนดก็จะได้รู้การเสวยอารมณ์ต่างๆ ว่า หามีความสุขไม่ มีแต่ทุกข์ทนไม่ได้ทั้งนั้น ยกขึ้นสู่พระไตรลักษณ์ วิปัสสนา เห็นแจ้งชัดในนามเวทนาว่าเกิดขึ้นแล้วดับไป เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผ่านญาณ ๑๖ ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์ ด้วยมีเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐานเป็นปัจจัย

๑.๓ จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน คือตั้งสติพิจารณาจิตตัวเองอยู่เนืองๆ ว่าจิตมีราคะ จิตมีโทสะ จิตมีโมหะเป็นต้นก็รู้ทัน ก็รู้ได้ว่าจิตนี้เกิดแล้วดับสูญหายไปทุกขณะ เหมือนกับฟ้าแลบหาเที่ยง ไม่ถอนนิจจะสัญญา ประหาณนิจจะวิปลาส ความเห็นว่าจิตนี้เป็นของเที่ยง ต้องเกิดดับรับอารมณ์ต่างๆ อยู่ทุกขณะ วิปัสสนาเห็นแจ้งชัดด้วยพระไตรลักษณ์ฉะนั้นแล้ว ญาณก็จะเกิดขึ้นตามลำดับ ผ่านญาณ ๑๖ ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์ เพราะอาศัย

จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นเบื้องต้น

๑.๔ ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน คือตั้งสติพิจารณาธรรมเนืองๆ อยู่ว่า ธรรมนี้สักว่าธรรม ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา คือมีสติรู้ทันจนเกิดปัญญาเห็นอนัตตาธรรม ประหาณอัตตสัญญา ความเห็นว่าเป็นตัวเป็นตน อันเป็นอัตตวิปลาสคือถือว่าเป็นอัตตา เป็นตัวเป็นตนเป็นบุคคลเป็นสัตว์ ตัวเราตัวของเรามีอยู่เสมอ มีสติรู้ทันในนิวรณ์ ๕ ประการก็ดี ในอุปาทานขันธ์ ๕ ก็ดี ด้วยอาศัยสัมมัปปธานเพียรพิจารณาจนเกิดปัญญา มีโพชฌงค์ทั้ง ๗ เข้าประกอบ รู้อริยสัจ ๔ เห็นแต่รูปธรรมนามธรรม มีการเกิดขึ้นแล้วดับไปทั้งสิ้น เป็นอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้เลย ก็รู้ว่าอัตตาตัวตนนี้ไม่มี มีแต่ธรรมคือรูปธรรมและนามธรรม รวมกันอยู่เท่านั้น และรูปธรรมนามธรรมนี้ ก็เกิดดับๆ อยู่ตลอดเวลาเป็นอนิจจังทุกขังอนัตตา ผ่านญาณ ๑๖ ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์ เพราะอาศัยธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐานเป็นปัจจัย จึงพ้นโลกีย์ได้ด้วยวิโมกข์ ๓ อย่างใดอย่างหนึ่ง

๒. หมวดสัมมัปปธาน ๔ ได้แก่วิริยเจตสิก ๑ ดวงที่ควบคุมให้เกิดความเพียร และในหมวดนี้ได้บรรยายมาแล้วโดยพิสดาร เหตุนั้นก็ขอบรรยายโดยสังเขป คือ

ก. สังวรปธาน เพียรระวังมิให้บาป มิให้อกุศลเกิดขึ้น ในขันธสันดานของตน เพียรมิให้อกุศลใหม่เกิด อกุศลเก่าก็จะน้อยลงไปตามลำดับ

ข. ปหานปธาน เพียรละอกุศลที่เกิดแล้วให้หมดไป

ค. ภาวนาปธาน เพียรเพื่อให้กุศลเกิดขึ้น

ง. อนุรักขนาปธาน เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วมิให้เสื่อมไป

สัมมัปปธานนี้มีอธิบายว่า วิริยะเพียรตั้งสติรู้ทันต่อปัจจุบันธรรมของรูปนามทุกขณะ เมื่อรู้ทันขณะใดก็ชื่อว่าได้ปิดกั้นมิให้อกุศลคือ ราคะ โทสะ โมหะ ไหลเข้ามาตามทวารทั้ง ๖ ได้ ส่วนอนุสัยที่นอนเนื่องอยู่ในภวังคสันดาน ก็เกิดขึ้นไม่ได้ มีสติอันประกอบอันเป็นจอมของกุศลเกิดขึ้น กุศลธรรมเหล่าอื่นก็เกิดขึ้น ชื่อว่ากุศลธรรมเจริญขึ้น การเพียรตั้งสติรู้ทันปัจจุบันบ่อยๆ นั่นเอง เป็นการรักษากุศลธรรมให้ทรงอยู่ อาศัยความเพียรเป็นบรรทัดฐานให้เกิดวิปัสสนาปัญญา รู้แจ้งชัดในรูปในนามธรรม เกิดดับๆ อยู่เสมอ มีลักษณะไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตา ผ่านญาณ ๑๖ ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์ ผู้เห็นอนิจจังชัดก็พ้นโลกีย์ด้วย อนิมิตตวิโมกข์ ผู้เห็นทุกขังชัด ก็พ้นโลกีย์ด้วยอัปปณิหิตวิโมกข์ ผู้เห็นอนัตตาชัด ก็พ้นจากโลกีย์ด้วยสุญญตวิโมกข์ เพราอาศัยสัมมัปปธานทั้ง ๔

๓. หมวดอิทธิบาท ๔ คือธรรมเป็นเหตุของความสำเร็จ เป็นทางแห่งความสำเร็จซึ่งโลกุตตระ ได้แก่

ก. ฉันทะ ความพอใจในทางโลกุตตระ

ข. วิริยะ ความเพียรในทางโลกุตตระ

ค. จิตตะ ความเอาใจใส่ในทางโลกุตตระ

ง. วิมังสา ความใคร่ครวญรู้แจ้งในทางโลกุตตระ

อิทธิบาทในส่วนโพธิปักขิยธรรมนี้ ได้แก่ ฉันทะเจตสิก วิริยะ เจตสิก กุศลจิต และปัญญาเจตสิก รวมทั้งจิตและเจตสิกนี้เป็นกำลังให้สำเร็จ โดยมีฉันทะพอใจในอมตบททางไปสู่พระนิพพาน คือมีสติรู้ทันปัจจุบันธรรม รู้ทันนามธรรมรูปธรรม เพียรตั้งสติอยู่เสมอ เอาใจจดจ่ออยู่กับรูปนามในทุกขณะ จนเกิดปัญญาวิมังสา เห็นพระไตรลักษณ์ของรูปนามจนกระทั่งผ่านญาณ ๑๖ ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์ พ้นจากโลกีย์ด้วยวิโมกข์ ๓ อันใดอันหนึ่ง เนื่องมาจากอิทธิบาทธรรมนี้เป็นมูลเหตุ

๔. หมวดอินทรีย์ ๕ คือธรรมที่เป็นใหญ่ปกครองกุศลธรรมทั้งปวง คือ

ก. สัทธินทรีย์ ได้แก่ สัทธาเจตสิก เป็นอินทรีย์ที่เป็นใหญ่เป็นผู้ปกครอง ในความเชื่อความเลื่อมใสตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ไปสู่แดนโลกุตตระคือพระนิพพาน เชื่อต่อทางวิปัสสนากรรมฐาน

ข. วิริยินทรีย์ ได้แก่ วิริยเจตสิก เพียรปฏิบัติวิปัสสนาด้วยความเป็นใหญ่ เป็นจอมวีระแกล้วกล้า เพื่อให้บรรลุโลกุตตระ

ค. สตินทรีย์ ได้แก่ สติเจตสิก ที่เป็นใหญ่ปกครองในความระลึกได้ และรู้ทันปัจจุบันธรรมของรูปนาม เพื่อจะนำกุศลอันเป็นมรรคาไปสู่โลกุตตรธรรม

ง. สมาธินทรีย์ ได้แก่ เอกัคคตาเจตสิก ที่ปกครองความเป็นใหญ่ อยู่ในการทำหน้าที่ให้รู้แต่อารมณ์เดียว โดยไม่เผลอจากปัจจุบันธรรม จนให้ถึงโลกุตตรธรรม

จ. ปัญญินทรีย์ ได้แก่ ปัญญาเจตสิกที่ทำหน้าที่ปกครองเป็นใหญ่อยู่ในความเห็นแจ้งรู้จริง ในไตรลักษณ์ของรูปธรรมนามธรรม ผ่านญาณ ๑๖ ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์ พ้นโลกีย์ได้ด้วยวิโมกข์ ๓ อันใดอันหนึ่ง เพราะอาศัยศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา เป็นปัจจัย จึงเป็นอินทรีย์ที่เป็นใหญ่ปกครองสหชาตธรรมในโพธิปักขิยธรรมให้สมบูรณ์ ส่งให้แก่โลกุตตรธรรม ไกลจากทุกข์ทั้งปวงได้

๕. หมวดพละ ๕ คือ กำลังธรรมที่เป็นกุศลฝ่ายโพธิปักขิยธรรม จะนำข้ามห้วงมหรรณพภพสงสาร หรือเป็นแม่ทัพที่จะรบกับข้าศึกคือกิเลสให้พินาศไป สิ้นสูญไปด้วยกำลัง ๕ ประการคือ

ก. สัทธาพละ กำลังคือศรัทธา เชื่อต่อปฏิปทาทางปฏิบัติทางไปพระนิพพาน ได้แก่เชื่อในทางพระวิปัสสนากรรมฐานนั่นเอง

ข. วิริยพละ กำลังคือความเพียรอันแกล้วกล้า ที่จะปฏิบัติทำสติให้ระลึกรู้ทันปัจจุบันธรรมรูปนาม สามารถปราบปรามข้าศึกคือกิเลสให้สิ้นสูญไป เพื่อรู้แจ้งแทงตลอดซึ่งโลกุตตรธรรม

ค. สติพละ กำลังคือสติ ระลึกรู้ทันปัจจุบันของรูปนาม เว้นโมหะตัวเผลอตัวหลงเสีย เพื่อเป็นปัจจัยแก่มรรคผลนิพพาน

ง. สมาธิพละ กำลังคือสมาธิ มีสติมั่นคงไม่เผลอ แน่วแน่ในปัจจุบันธรรมทุกขณะ เพื่อจะเป็นกำลังอันเยี่ยมที่จะก้าวไปสู่โลกุตตรธรรม

จ. ปัญญาพละ กำลังคือปัญญา ความรู้ในปัจจุบันธรรมอันเป็นอารมณ์ของวิปัสสนา เห็นลักษณะของรูปนามเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผ่านญาณ ๑๖ ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์ พ้นจากโลกีย์ด้วยวิโมกข์ ๓ อันใดอันเหนึ่ง โดยมี ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา เป็นกำลังสนับสนุน

๖. หมวดโพชฌงค์ ๗ คือองค์แห่งความตรัสรู้ ได้แก่ เจตสิก ๗ ดวง อันเป็นองค์อริยมรรคปัญญา รู้แจ้งแทงตลอดในโลกุตตรธรรม คือ

ก. สติสัมโพชฌงค์ ได้แก่สติเจตสิก ที่ประกอบเป็นองค์แห่งความรู้รูปธรรมนามธรรม และโลกุตตรอารมณ์ ทุกขณะของความเป็นไปแห่งกุศลจิต

ข. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ได้แก่ปัญญาเจตสิก ที่เป็นองค์แห่งความรู้รูปธรรมนามธรรม และโลกุตตรอารมณ์ ทุกขณะของความเป็นไปแห่งกุศลจิต

ค. วิริยสัมโพชฌงค์ ได้แก่วิริยเจตสิก เป็นองค์แห่งความเพียร คือรู้ในรูปธรรมนามธรรม เกิดดับเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผ่านญาณ จนถึงมรรคญาณผลญาณ

ง. ปีติสัมโพชฌงค์ ได้แก่ปีติเจตสิก เป็นองค์ประกอบความรู้กับรูปธรรมนามธรรม และประกอบกับมรรคจิตผลจิต มีความอิ่มใจเหมาะใจ เป็นลักษณะ ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์

จ. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ได้แก่ปัสสัทธิเจตสิก ความสงบเป็นองค์ประกอบกับความรู้ในวิปัสสนาและโลกุตตรปัญญา ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์

ฉ. สมาธิสัมโพชฌงค์ ได้แก่ เอกัคคตาเจตสิก อันประกอบกับองค์ความรู้รูปนามโดยไตรลักษณ์ และประกอบกับมรรคจิต โดยพระนิพพานเป็นอารมณ์อันเดียว เป็นสมาธิ

ช. อุเปกขาสัมโพชฌงค์ ได้แก่ ตัตรมัชฌัตตตาเจตสิก ความเป็นกลาง ประกอบกับความรู้รูปนาม มีญาณความรู้รูปนามแล้ววางเฉยต่อสหชาตธรรม ที่เกิดพร้อมกับวิปัสสนามีญาณะความรู้เป็นต้น จนผ่านญาณ ๑๖ ได้พระนิพพานเป็นอารมณ์ มีโลกุตตรจิตเข้าประกอบกับองค์ธรรมนั้นๆ สามารถที่จะให้ผู้ปฏิบัติบรรลุถึงซึ่งโลกุตตระ คือมรรคผลนิพพาน

๗. หมวดมรรค ๘ คือหนทางไปสู่พระนิพพาน ได้แก่เจตสิกธรรม ๘ ดวง รวมเรียกว่า อัฏฐังคิกมรรค หรือมรรคสามัคคี ความประชุมพร้อมองค์ธรรมทั้ง ๘ ประการนี้ ย่อมมีในโลกุตตรจิต เกิดขณะได้พระนิพพานเป็นอารมณ์ คือ

ก. สัมมาทิฏฐิ มีความเห็นชอบ ได้แก่ปัญญาเจตสิก เกิดวิปัสสนาญาณ เห็นรูปนามเกิดดับอยู่เสมอ ทั้งเห็นพระนิพพานด้วยมรรคจิตได้ง่าย

ข. สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ ได้แก่วิตกเจตสิก ยกรูปนามขึ้นสู่พระไตรลักษณ์อันใดอันหนึ่ง ให้ทันพร้อมกับรูปนามดับไปว่าเป็น อนิจจัง หรือทุกขัง หรืออนัตตา

ค. สัมมาวาจา พูดชอบ ได้แก่วิรตีคือสัมมาวาจาเจตสิกจะพูดหรือไม่พูดก็ตาม เว้นพูดผิดอยู่เสมอ มีสติอยู่ทุกขณะ

ง. สัมมาอาชีวะ เป็นอยู่ชอบ ได้แก่วิรตีคือสัมมาอาชีวะเจตสิก ที่เว้นจากการพูดผิดและทำงานผิด ที่เกี่ยวกับอาชีพ มีการดำรงชีพไปในการบริโภคอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ด้วยการมีสติอยู่เสมอ เรียกว่าเป็นอยู่ชอบ

จ. สัมมาวายามะ เพียรชอบ ได้แก่วิริยเจตสิก คือเพียรตั้งสติรู้ทันปัจจุบันธรรมบ่อยๆ นั่นเอง

ฉ. สัมมาสติ ระลึกชอบ ได้แก่สติเจตสิกที่รู้ทันปัจจุบันธรรมรูปนามทุกขณะ

ช. สัมมาสมาธิ ตั้งใจมั่นชอบ ได้แก่เอกัคคตาเจตสิก ที่มีสติรู้ทันปัจจุบันธรรมของรูปนาม ไม่เผลอเรอ และประกอบกับอริยมรรคจิตได้ด้วย คือมั่นอยู่ในอารมณ์พระนิพพานเป็นอันเดียว พ้นจากโลกีย์ด้วยวิโมกข์ ๓ อันใดอันหนึ่ง

รวมโพธิปักขิยธรรมทั้ง ๗ หมวดมีจำนวน ๓๗ ประการ ย่อมเกิดบริบูรณ์ได้เฉพาะในโลกุตตรจิตเท่านั้น แต่วิตกเจตสิกและปีติเจตสิกทั้งสองนี้บางทีไม่ได้เกิดขึ้นในโลกุตตรธรรมก็มี เมื่อพระโยคาวจรผู้ปฏิบัติในวิสุทธิ ๕ ประการที่เป็นโลกียะอยู่นั้น โพธิปักขิยธรรมก็เกิดได้บ้าง ตามฐานะที่ควรได้ควรเป็น เช่นจิตเป็นญาณวิปปยุตปัญญาย่อมไม่เกิด จิตเป็นทุติยฌาน วิตกวิจาร ย่อมไม่เกิดเป็นต้นรวมโพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการนี้ เป็นธรรมะที่จะให้ผู้ประพฤติอยู่ในโพธิปักขิยธรรมนี้ บรรลุอริยมรรคอริยผล ถึงฝั่งคือพระนิพพานหากว่าการเจริญพระวิปัสสนากรรมฐานของเรา เว้นจากโพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการนี้แล้ว ก็ไม่สามารถที่จะบรรลุถึงฝั่งคือพระนิพพานได้ และในขณะที่จะได้บรรลุอริยมรรคอริยผลเป็นพระโสดาบันก็ดี พระสกทาคามีก็ดี พระอนาคามีก็ดี เป็นพระอรหันต์ก็ดี หากว่าโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการนี้ไม่รวมกันหรือว่ารวมกันไม่พร้อม ก็ไม่สามารถที่จะได้บรรลุหรือตรัสรู้ได้ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจะถือว่ายากก็ยาก ถือว่าง่ายก็ง่าย ที่ว่ายากก็หมายความว่าเราไม่ตั้งสติกำหนดบทพระกรรมฐานให้ติดต่อกัน โพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการนี้ก็ไม่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นพร้อมกัน เมื่อไม่มีโอกาสเกิดขึ้นพร้อมกันเราก็ไม่ได้บรรลุ เพราะขาดองค์คุณสมบัติ อุปมาแล้วก็เหมือนกับผู้แทนราษฏร สมมติการประชุมสภาเขาต้องการสมาชิกเข้าประชุม ๓๐๐ คนแต่ไปประชุม ๑๐๐ คนก็ไม่สามารถประชุมได้ เพราะขาดองค์ประชุมอย่างน้อยก็ต้องครึ่งหนึ่งจึงประชุมได้ หรือสมมติว่า วันนี้เขาต้องการประชุมคณะรัฐมนตรีผู้บริหารประเทศชาติบ้านเมือง เขาต้องการรัฐมนตรีทุกๆ กระทรวงอย่างนี้ แต่รัฐมนตรีไปประชุมเพียง ๔ หรือ ๕ กระทรวงเท่านั้น ก็ไม่สามารถที่จะประชุมได้ ข้อนี้ฉันใด เวลาที่โยคีบุคคลมาประพฤติปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานก็ต้องการโพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการนี้ให้รวมกัน เป็นมรรคสามัคคีและการรวมกันนี้ไม่เหมือนกันกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือประชุมคณะรัฐมนตรีผู้บริหารบ้านเมือง คือโพธิปักขิยธรรมต้องครบทุกข้อจึงจะใช้ได้ จึงจะได้บรรลุอริยมรรคอริยผล ตั้งแต่ชั้นพระโสดาบันขึ้นไป จนถึงได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ แต่ที่จริงเวลาเราประพฤติปฏิบัตินั้น โพธิปักขิยธรรมก็รวมกันอยู่ แต่รวมไม่พร้อม ที่เราปฏิบัติทุกวันๆ ก็จะรวมกันอยู่ บางทีก็รวมกัน ๑๐ ข้อ ๑๕ ข้อ หรือ ๒๐ ข้อ ๒๕ ข้อ แต่ไม่ถึง ๓๗ ข้อ ก็ไม่สามารถถึงจุดหมายปลายทางได้

ที่นี้เราจะทำอย่างไร จึงจะทำให้ธรรมะทั้ง ๓๗ ประการ เข้ามารวมพร้อมกันได้ ถ้าจะพูดในหลักปฏิบัติแล้วก็ไม่ยาก คือขอให้เราทั้งหลาย ตั้งสติกำหนดให้ติดต่อกันไป อย่าชะล่าใจ พยายามกำหนดอิริยาบถใหญ่น้อย จะยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม พูด คิด ทำกิจใดๆ ก็ตามขอให้กำหนดติดต่อกันไป พยายามเอาสติปักลงจนถึงที่เกิดที่ดับของรูปของนาม หากว่าเรากำหนดอิริยาบถน้อยใหญ่ให้ติดต่อกันได้เมื่อไร โพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการ ก็สามารถที่จะเกิดขึ้นพร้อมกันได้

อีกอย่างหนึ่ง โพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการนี้ ถ้าว่าเราอยู่ในขั้นโลกีย์จะไม่รวมกัน รวมกันไม่หมด รวมกันไม่พร้อม ไม่สามารถจะเป็นมรรคสามัคคีได้ แต่ถ้าขณะใดจิตของเราเข้าสู่มรรควิถี สมมติว่าเราปฏิบัติครั้งแรก ยังไม่บรรลุอริยมรรคอริยผลอะไรเลย พอดีผ่านวิปัสสนาญาณขึ้นไปตามลำดับ ตั้งแต่ญาณที่ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ขึ้นไปจนถึงสังขารุเปกขาญาณ เมื่อออกจากสังขารุเปกขาญาณแล้วจิตก็จะเข้าสู่มรรควิถี ในขณะจิตเข้าสู่มรรควิถีนั่นแหละ โพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการนี้ จะมารวมกันเป็นมรรคสามัคคีทันที เมื่อรวมกันเป็นมรรคสามัคคีเมื่อใด เมื่อนั้นผู้ปฏิบัติก็จะได้บรรลุอริยมรรคอริยผล ซึ่งการรวมของโพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการนี้ น้อยนิดเดียวเท่านั้น ไม่กี่ขณะจิต และในขณะที่โพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ เกิดขึ้นพร้อมกันเป็นมรรคสามัคคีแล้วนั้นแหละ กิเลสพันห้าตัณหาร้อยแปด มีโลภะโทสะโมหะเป็นต้นก็ดับไปด้วย ในเมื่อโลภะเป็นต้นดับไป อริยมรรคอริยผล ก็เกิดขึ้นมา เราก็ได้ชื่อว่าถึงโสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล พอพ้นจากผลแล้ว จิตก็ลงสู่ภวังค์ ขึ้นจากภวังค์มาก็จะได้พิจารณาปัจจเวกขณะ กิเลสที่ละแล้วและยังเหลืออยู่ โพธิปักขิยธรรมเมื่อผ่านได้แล้ว ก็เลิกแล้ว ไม่รวมกันแล้ว กระจัดกระจายไปไม่เป็นมรรคสามัคคีแล้ว เราปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานรอบต่อไป ในรอบที่สองขณะที่ถึงสังขารุเปกขาญาณ จะเข้าสู่มรรควิถี โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการนี้ จึงจะรวมกันอีกครั้งหนึ่ง เมื่อรวมแล้วผู้ปฏิบัติก็จะได้บรรลุถึง พระสกทาคามิมรรค สกทาคามิผล หลังจากนั้นก็ไม่รวม เราปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานต่อไปอีก จนสามารถถึงสังขารุเปกขาญาณ รอบที่จะเข้าสู่มรรควิถีรอบที่ ๓ โพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการก็จะรวมกันอีก เมื่อรวมกันแล้วเราจึงจะสามารถบรรลุถึงอนคามิมรรค อนาคามิผล หลังจากนั้นก็ไม่รวมกัน เราปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานต่อไปอีก จนผ่านตั้งแต่ญาณที่ ๔ ที่ ๕ จนถึงสังขารุเปกขาญาณอีก ออกจากสังขารุเปกขาญาณก็เข้าสู่มรรควิถีครั้งที่ ๔ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการนี้ ก็มารวมกันอีก และขณะนั้นกิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปดก็ดับไป สิ้นไปสูญไปจากขันธสันดานของเรา ก็หมายความว่ากิเลสทั้งหลายทั้งปวงนั้นหายไปไม่มีเลย พรหมจรรย์นี้อยู่จบแล้ว กิจที่จะต้องทำไม่มีอีกแล้ว เป็นผู้ประเสริฐล่วงส่วน เกษมจากโยคะธรรมล่วงส่วน ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เข้าถึงอมตมหานฤพาน อันเป็นเอกันตบรมสุข เหตุนั้นเราทั้งหลายมีเวลาน้อยนิดเดียวก่อนจะปิดภาคอบรมในพรรษานี้ ก็ขอให้พยายามสร้างสมอบรมโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการนี้ให้เกิดขึ้นพร้อมกัน อย่าได้ประมาท พยายามกำหนดอิริยาบถน้อยใหญ่ให้ติดต่อกันไป ผลสุดท้ายโพธิปักขิยธรรมก็จะรวมกันเอง…

โครงการก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรม "80 ปี สารทมหาเถระ"

รายนามผู้จองจารึกชื่อบนเสาศาลาปฏิบัติธรรม "80 ปี สารทมหาเถระ"

รายนามผู้บริจาค

รายนามผู้จองจารึกชื่อบนเสาศาลาปฏิบัติธรรม "80 ปี สารทมหาเถระ" ต้นละ 17,900 บาท
ที่ รายนามเจ้าภาพ จำนวนเสา/ต้น หมายเหตุ ยอดสุทธิ จ่ายโดย
1 หลวงพ่อเจ้าคุณพระราชปริยัตยากร ประธานอำนวยการ
2 บ.เจริญรัตน์การทอ จ. โดย คุณจีราวัฒน์-คุณณัฐฐิตา บัลลังก์ศักดิ์ ประธานอุปถัมภ์
3 นายจาตุรงค์-นางพรทิพย์ กตะศิลา 1
4 คุณพินิจ-คุณรดาพร-ด.ญ.อนุชศรา-ด.ญ.อารีรัตน์ ยอดเพชร 1
5 พ่อโยนิต เหมแดง-แม่ทองสุข สืบเคน และคณะญาติๆ แม่สว่าง เหมแดง 1 จ่ายแล้ว 18,599
6 ครอบครัว คุณพ่อชุน สรรพคุณ 1 จ่ายแล้ว 18,000
7 พระมหาบันทอน และตระกูลทองสว่าง 1 จ่ายแล้ว  18,000 
8 พ่อทองบุญ-แม่พิมูล หว่างแสง พร้อมบุตรธิดา และญาติๆ 1
9 แม่ชีคำ สีสิทธิ์ - แม่ชีบุญ สุภาษร 1 จ่ายแล้ว 18,000
10 นางมณเฑียร พิมพไกร พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
11 หจก.จันทร์หอมบาดาล และคณะญาติๆ 1 จ่ายแล้ว 17,900
12 คุณวินัย เดชบำรุง-คุณอรทัย พาดี พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
13 พ่อสมคิด-แม่วินิจ ศรีวงศ์ พร้อมลูกหลาน 1 จ่ายแล้ว 18,000
14 พญ.กมลรัตน์ คำพิลา พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 19,800
15 คุณประสงค์-คุณสุรณี จันจำปา พร้อมครอบครัว 1
16 คุณกนกพรรณ-คุณสุรัช-ด.ญ.วีร์สุดา วงษ์ทอง-นายภูมิมินทร์ ธิติธัญญาลักษณ์ พร้อมคณะโรงพยาบาลวิชัยยุทธ 1  จ่ายแล้ว  17,900
17 นายเกชา-นางปาริชาติ ป้องพันธ์ พร้อมครอบครัว 1
18 แม่จันทร์เพ็ง โคตรสมบัติ พร้อมบุตรธิดา และหลานๆ 1 จ่ายแล้ว 18,000
19 พ่อไฉน มั่นชัย พร้อมบุตรหลาน และญาติๆ 1 จ่ายแล้ว 17,999
20 นางสาวนิราศ-แม่บัวพันธ์ ป้องพันธ์ 1
21 นายวิศิษฐ์ นามบุญมี พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
22 พระครูกาญจนธรรมชัย พร้อมคณะญาติโยม 10 จ่ายแล้ว 100,000 โอน
23 พ่อเหลื่อม พันธ์แสน พร้อมครอบครัว อุทิศให้ พ่อบุญมี-แม่ใส,พ่ออ่อน-แม่คูณ 1 จ่ายแล้ว 18,000
24 พระครูปลัดชาญชัย จตฺตสลฺโล และญาติๆ 1 จ่ายแล้ว  17,900 
25 พระสมชัย โชติปญฺโญ-คุณแม่สุนีย์ ยงศรีปัญญฤทธิ์ พร้อมบุตรธิดา 1 จ่ายแล้ว 18,000
26 พระพันธ์ศักดิ์ ปภสฺสโร-คุณแม่อำนวย ทองหมื่นไวย์ พร้อมบุตรธิดา 1 จ่ายแล้ว 18,000
27 พระมหาอดิศักดิ์ อุปวฑฺฒโน และคณะญาติๆ 1 จ่ายแล้ว 18,000
28 พระจาตุรงค์ รกฺขิตฺตจิตฺโต-คุณพเยาว์ น้อยจีน 1 จ่ายแล้ว 18,000
29 พระครูเนกขัมมสิริคุณ และชาวบ้านหนองข่า 1 จ่ายแล้ว   17,900
30 ร้านแก้งเหนือการช่าง 1 จ่ายแล้ว 17,999
31 พระครูศรีสุตาลังการ รจอ.เขมราฐ 1 จ่ายแล้ว 18,000
32 พ่อเอกปรัชญา-แม่จันมี อุ่นจิตร  1
33 พระมหาชาคริต บำเพ็ญ-พ่อสุรัตน์-แม่ชู สันทาลุนัย และคณะญาติๆ 1 จ่ายแล้ว 20,000
34 คุณตาสงกรานต์ นัยนามาศ พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 17,900
35 พ่อเรียน-แม่แดง สายสุดตา พร้อมลูกหลาน 1 จ่ายแล้ว 18,000
36 พ่อไพสิฐ-แม่บัวเรียน ยาตรา พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 19,320
37 พ่อวิจิตร ชาหลักคำ,พ่อจันที คำน้อย,พ่อสง่า วิลามาศ,แม่นิยม แก่นสา และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
38 ร.ต.ต.ชาญชัย พาสารี พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 17,900
39 คุณตาเคน แสงสุกวาว ร้านดาวเรืองสังฆภัณฑ์ 1 จ่ายแล้ว 17,900
40 คุณนิติพงษ์ วงกลม-คุณสุขสำราญ จันดียืน และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
41 แม่กชพร-คุณอภิชาติ-คุณอธิราช แกะทอง-คุณเพ็ญพร เดอเรอรอย พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
42 นายจรูญ-นางสำลี-นายสุรพงษ์-น.ส.รุจิลาภา-ด.ช.ณัฐดนัย ตับกลาง-นายชุมพล-นางหมอก พิมลศรี 1
43 พระครูสุตประภัศรคุณ พร้อมชาวบ้านโนนสูง 1 จ่ายแล้ว 18,000
44 หลวงพ่อเจ้าคุณพระราชปริยัตยากร 6 จ่ายแล้ว 108,000
45 พระครูเวตวันวรกิจ และคณะวัดเวตวันวิทยาราม อ.เดชอุดม 1 จ่ายแล้ว 18,000
46 ร้านอ๊อดวัสดุ ตำบลหัวนา 1 จ่ายแล้ว 18,000
47 คุณแม่ผอง นนทพจน์ พร้อมบุตรหลาน 1 จ่ายแล้ว 18,021
48 พระมหาพงษ์ศักดิ์ สิทฺธิเมธี,นางสาวบุศยารัชต์ ธนิกวัฒนะโชคนิธิ 1 จ่ายแล้ว 17,900
49 นางนาฎชฎาภักษ์ บุญสุข และคณะ 1 จ่ายแล้ว 17,900
50 แม่นาคแก้ว ต้นกันยา-แม่ติ๋ว-แม่เฮือง-พ่อนิคม สายสุดตา-แม่ฮุ่ง แพงศรี-แม่สำเนียงวงศ์ลาโพธิ์ พร้อมลูกหลาน 1 จ่ายแล้ว 18,000
51 คุณนวลศรี ศิริสุวัฒน์ พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000 โอน
52 คุณมาลินี ศิริสุวัฒน์ 1 จ่ายแล้ว 18,000 โอน
53 คุณนิรมล ศิริสุวัฒน์ พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000 โอน
54 คุณปรีดี ลีลาเศรฐวงศ์-คุณพัชรินทร์ ศิริสุวัฒน์ 1 จ่ายแล้ว 18,000 โอน
55 คุนสมศรี ศิริสุวัฒน์ 1 จ่ายแล้ว 18,000 โอน
56 คุณขวัญจิต เลิศพนารักษ์ 1 จ่ายแล้ว 18,000 โอน
57 คุณอร่าม ศิริสุวัฒน์  1 จ่ายแล้ว 18,000 โอน
58 คุณวิจิตร โชติพิพัฒน์วรกุล 1 จ่ายแล้ว 18,000 โอน
59 พระครูพิพัฒน์ธรรมปทีป พร้อมด้วยชาวบ้านดอนงัว-โนนเจริญ 1 จ่ายแล้ว 20,000
60 พระครูวิชิตบูรพาภิราม พร้อมด้วยชาวบ้านหนองบัวฮีใหญ่ 1 จ่ายแล้ว 17,900
61 พระครูวิบูลกิจโกศล วัดแก่งศรีโคตร 1
62 แม่สุดใจ เบ้าคำ พร้อมครอบครัว และคณะ 1 จ่ายแล้ว 18,000
63 พระครูภาวนากิจจาทร และคณะสงฆ์ญาติโยมคุ้มวัดเก่าบ่อ 1 จ่ายแล้ว 18,099
64 พระมหายุธยา อภิปุญฺโญ รจอ.ตระการพืชผล 1 จ่ายแล้ว 18,000
65 คุณสุภัช โยธาวัฒนา และครอบครัว (สุภัชก่อสร้าง) 1 จ่ายแล้ว 17,999
66 พ่อใหญ่สิงห์-แม่ใหญ่นุ่ม บุญน้อย บ.โนนตูม 1 จ่ายแล้ว 18,000
67 นายมณเฑียร แพงจักร พร้อมชาวบ้านนาขนัน 1 จ่ายแล้ว 18,100
68 นายแสวง-นางวิไลลักษณ์-นายอภิสิทธิ์ พรหมศร และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,700
69 พ่อไพรัช-แม่เทียนทอง เพชราเวช พร้อมครอบครัว 2 จ่ายแล้ว 40,000
70 พระครูวิจิตรกาญจนดิษย์ วัดดอนติ้ว 1
71 คุณยายพันธ์ จันทร์เสนา พร้อมลูกหลาน 2 จ่ายแล้ว 36,000
72 พระครูวิมลพัฒนคุณ จร.เหมือดแอ่ อุทิศให้ พ่อเฮือง-แม่เคน รักษาศรี 1 จ่ายแล้ว 17,900
73 คุณยายทองอินทร์ อาจหาญ-คุณยายยุพิณ งามเถื่อน 1 จ่ายแล้ว 18,000
74 นางสุดสวาท ขลุ่ยเงิน พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
75 นางเพชรหงส์ ชัยวัฒนากุลกิจ และลูกหลาน 1 จ่ายแล้ว 18,000
76 นายชัยกรณ์-นางไพฑูรย์ กวีนันทชัย และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 17,900
77 นายไชยยันต์-นางนุชจรี กวีนัฏฐยานนท์ พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 17,999
78 นายณรงค์-นางงามพิศ เลิศวานิชพฤกษา พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 19,000
79 พ่อใบ-แม่เขาทอง ขันที และลูกหลาน บ.โนนตูม 1 จ่ายแล้ว 17,900
80 แม่สำเนียง ศรีมันตะ-ผอ.รัตธิยา ฉิมพลี บ.เหมือดแอ่ 1 จ่ายแล้ว 18,000
81 นายวิรัตน์-นางลัดดา เจษฏาพานิชย์ 1 จ่ายแล้ว 18,000
82 นายทองจันทร์-นางมิ่งศรี ศรีเจริญ 1 จ่ายแล้ว 18,000
83 พ่อถาวร-นายปรีชา บรรจงศรี-คุณอรสา โพธิ์ศรีจันทร์ 1 จ่ายแล้ว 17,900
84 พระอ.จันลา รวิวณฺโณ-นายนัฐพงศ์-นางเกษราพรรณ เปมะวิภาต พร้อมบุตร 1 จ่ายแล้ว 18,000
85 แม่ชีประจิม ศรีตัดสูง พร้อมคณะญาติบ้านนาสีดา 1 จ่ายแล้ว 18,000
86 พระมหาฤทธิเดช สุเมธี ผจร.วัดพิชโสภาราม 1 จ่ายแล้ว 18,000
87 นายไพทูลย์ สืบก่ำ พร้อมครอบครัว 1
88 ส.ส.อดิศักดิ์-นางเกศสุดา โภคกุลกานนท์ พร้อมลูกหลาน 1 จ่ายแล้ว 19,000
89 คุณนงเยาว์ เอี่ยมอินทร์ พร้อมครอบครัว 1  จ่ายแล้ว  17,900
90 พ่อเจียม-แม่อรศรี ป้องพันธ์ พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
91 พ่อกร-แม่หนู สีสุวะ พร้อมครอบครัว และคณะหมู่บ้านไปรษณีย์รามอินทรา 1 จ่ายแล้ว   18,000
92 คุณณัฐิยา กลั่นเขตวิทยา พร้อมครอบครัว 1
93 พ่อภูมี สืบก่ำ นายกอบต.แก้งเหนือ พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
94 พ่อเสน-แม่สุดใจ แหสมุทร พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 20,000
95 แม่ชีดวงจันทร์ ถิตย์ผาด พร้อมลูกหลาน 1 จ่ายแล้ว 18,000
96 พระอ.จันลา รวิวณฺโณ-แม่ชีแพง มุทาพร-แม่ชีเพลิน ดวงมณี และคณะญาติๆ 1 จ่ายแล้ว 18,000
97 คุณแม่เกยูร-คุณพ่อฮีอึ้ง แซ่เอี้ยว 1 จ่ายแล้ว 18,000 โอน
98 คณะลูกๆ คุณแม่เกยูร แซ่เอี้ยว 1 จ่ายแล้ว 18,000 โอน
99 นายผาด ประเสริฐ-นางสุธาศินี จันทร์สว่าง และครอบครัว ญาติพี่น้อง 1 จ่ายแล้ว 20,000
100 พ่อสุพล-แม่สาคร-น.ส.สุนิสา สืบลา-คุณคำพันธ์-คุณดวงกมล-ด.ญ.สิริกานต์-พ่อวัน-แม่เบย-นายคมสันต์ พุ่มจันทร์-พ่อธงชัย สายสุดตา นายสุรินทร์-นางหนูจันทร์ งามศรี น.ส.ปณิตา ดุจดา นายบุญถม ชะนะกาล และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
101 ว่าที่ ร.ต.นฤชา-นางคำปลิว เกี๋ยวคำ พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
102 นายสมเกียรติ ศรีสังข์สุข พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
103 แม่ออน พิลากุล พร้อมลูกหลาน 1
104 คุณแคธรียา สาลีงาม และครอบครัว อุทิศให้แม่ชีเขี่ยม คำแดง 1 จ่ายแล้ว 18,000
105 แม่พลยา ด้วงเงิน พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 10,000
106 พระมหาฤทธิชัย ญาณิทฺธิโก และครอบครัวนามสมบัติ 1 จ่ายแล้ว 17,900
107 แม่สมปอง-พ่อเที่ยง ธรรมวงศ์-แม่ไพ-พ่อหนูจร พันผูก 1 จ่ายแล้ว 18,000
108 ว่าที่ ร.ท.สุคนธ์ ศุภสุขข คณะครู คณะศิษย์ ร.ร.แก้งเหนือพิทยาคม พร้อมด้วยญาติพี่น้อง 1 จ่ายแล้ว 18,000
109 แม่อุดร พันธ์จันทร์ และครอบครัว บ.โนนตูม  1 จ่ายแล้ว 17,900
110 แม่รำไพ ทรัพย์อุดมผล และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
111 พ่อใหญ่หมูน-แม่ใหญ่บุญยัง บริสุทธิ์ และลูกหลาน 1
112 คุณเสวย-คุณบุญมี ประทุมแย้ม 1 จ่ายแล้ว 18,000
113 คุณพัณณ์ชิตา ใบเออร์ ประเทศออสเตรีย 1 จ่ายแล้ว 18,000
114 พ่อสมัคร-แม่ลัดดา ปัญญายงค์ พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
115 พระครูสมุห์สุกะพงค์ กิตฺติวํโส-คุณมนัสนันท์ เทียนผาสุข (บริษัท ไตรที จำกัด) 1 จ่ายแล้ว 18,000
116 ดต.ไพโรจน์-คุณเพ็ญศรี-คุณกัมปนาท-คุณอุไรวรรณ ปานกลีบ และคณะญาติๆ 1 จ่ายแล้ว 18,000
117 พ่อสม-แม่พิมพา ประทุมแย้ม พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
118 คุณสงัด วงศ์ขันธ์ และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
119 แม่ชีสมจิตร ละลาดก-แม่ชีประภัย-แม่ชีสำลี จันทาลุน 1 จ่ายแล้ว 18,000
120 คุณแม่บัวคาย ประทุมแย้ม พร้อมบุตรธิดา 1 จ่ายแล้ว 18,000
121 คุณพิษณุวัฒน์ สิงห์ชัย และครอบครัว 1
122 พระมหาสมยศ สติสมฺปนฺโน และชาวบ้านวังถ้ำ อ.เขื่องใน 1 จ่ายแล้ว  18,000 
123 แม่เพชรเลียง ขาวสะอาด พร้อมพี่น้องและลูกหลาน อุทิศให้พ่อตาเจียง-แม่ยายหลอม ปัดนา 1 จ่ายแล้ว 18,000
124 แม่สาย สายสุดตา และครอบครัว อุทิศให้พ่อเคน สายสุดตา 1
125 แม่แตง-นายธีระศักดิ์-น.ส.นวพร-น.ส.อรสา-น.ส.อรอุมา-นายวิทยา กุสุมาวดี และลูกหลาน อุทิศให้ เตี่ยปึงอิ้ว แซ่ปึง 1 จ่ายแล้ว 18,000
126 คุณแม่นภาภรณ์  ประสาทการ-คุณแม่สายสหมอน ปารมีติยะ พร้อมลูกหลานพรติยะ 1 จ่ายแล้ว 18,000
127 คุณสุปรีดิ์ ณ นคร และคณะญาติสนิท 1  จ่ายแล้ว  19,500
128 แม่ใหญ่พิมพ์-คุณจิราภรณ์ ไหลหลั่ง อุทิศให้บิดา-มารดา เจ้ากรรมนายเวร 1 จ่ายแล้ว 18,000
129 นายนิติวัตร์ ภูคณเดชา และครอบครัว 1
130 คุณจุรีรัตน์ สันตพันธ์ และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 17,900
131 นายนคร-นางเพชร มนัสธรรมกุล และครอบครัว (ร้านธรรมกุล) 1 จ่ายแล้ว 17,900
132 พ่อประจวบ-แม่อำนวย-คุณอัษฎายุธ ประชุมพล-คุณวิภาพร คงวงศ์สิริพร 1
133 พระครูโกวิทสุวรรณาภรณ์ และชาวบ้านหัวน้ำ 1 จ่ายแล้ว 17,000
134 คุณเอกสิทธิ์-คุณยุวดี หวังสุข และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 17,960
135 นายสมหมาย-นางพิจิตร-ร.ต.ท.ณัฐพล-นางปรารถนา-นายสุพิจารณ์ ฉลูศรี และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
136 คุณธนพล คำแดง-คุณติยาภรณ์ คำกันหา 1
137 นางศุภลักษณ์  นาคโคตร และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
138 พ่อใหญ่นี บุญชิด พร้อมครอบครัว ลูกหลานทุ่งเสวิน 1 จ่ายแล้ว 18,000
139 พระมหาสำลี กิตฺติปญฺโญ วัดปัจฉิมวัน พร้อมญาติสนิทมิตรแท้ทั้งหลาย  1 จ่ายแล้ว 21,290
140 หลวงพ่อพระครูวรกิจโกวิท จอ.เขมราฐ 3 จ่ายแล้ว 50,000
141 พระครูสิริภาวนาภิรม, คุณแม่ทองหล่อ-คุณอนุชิต-คุณอมรรัตน์ ศรีบุญเพ็ง, คุณดิศดา เพชรรัตน์ 1 จ่ายแล้ว 18,000
142 คุณหมอวิไลวรรณ มีธรรม 1  จ่ายแล้ว 17,900 
143 คุณบำรุง-คุณธนพรรณ แก้วจันดี และลูกหลาน(โรงเรียนอนุบาลน้องหญิง) อ.ตระการพืชผล 1 จ่ายแล้ว 18,000
144 นางพวงพักตร์ ดวงพิลา และครอบครัว อุทิศให้ นายสุรินทร์ ดวงพิลา 1 จ่ายแล้ว 18,000
145 แม่สวาท-นางสาวสายไหม-ดต.ไฉน อรอินทร์ อุทิศให้ พ่อสง่า-น.ส.บานใจ อรอินทร์ 1 จ่ายแล้ว 18,000
146 ยายตุ่น แซ่ตั้ง-นางสุนทรี นันตะบุตร-นายศุภโชค บัวขาว และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
147 แม่ใหญ่สาย-นางวิไล-นายสมใจ-นางบัวไข-นางสุดารัตน์ พร้อมครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
148 นางปราณี โชคชัยนันต์ 1 จ่ายแล้ว 18,000
149 นายธีระ โชคชัยนันต์ 1 จ่ายแล้ว 18,000
150 นายจิรพนธ์ โชคชัยนันต์ 1 จ่ายแล้ว 18,000
151 นางสาวกัญญาณัฐ โชคชัยนันต์ 1 จ่ายแล้ว 18,000
152 นางนลินี ฉลองโภคศีลชัย และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
153 นายสมบัติ โชติมั่นคงสิน และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,000
154 พ่อประทุม-แม่สำเนียง-คุณนุจรีย์-คุณสุนันท์-คุณนิษา-คุณหนึ่งฤทัย กฤษแก้ว และครอบครัว อุทิศให้ นายธานิล กฤษแก้ว 1 จ่ายแล้ว 18,000
155 แม่สมจิตร-คุณรัฐนันท์ พลจันทร์-นายธเนศ-ด.ญ.รัตนาพร-ด.ช.อลงกรณ์-ด.ญ.ประภัสสร กฤษแก้ว อุทิศให้ พ่อสุวิทย์ พลจันทร์ 1 จ่ายแล้ว 18,000
156 นายสงวน นันตะบุตร และครอบครัว 1 จ่ายแล้ว 18,200
157 พระครูสุตธรรมวิสุทธิ์ และทายก ทายิกาบ้านนากระตึบ-นาเจริญ 1 จ่ายแล้ว 18,700
158 พระอธิการเฉลียว อินฺทวํโส-พระสุรวุฒฺ สิริวฑฺฒโก พร้อมคณะญาติโยมวัดหนองบัวหิ่ง 1 จ่ายแล้ว 19,000
159 นายจุด-นางเรณู ก่อแก้ว พร้อมครอบครัวลูกหลาน 1 จ่ายแล้ว 18,900
160 แม่ใหญ่นุ่ม ทองสว่าง และลูกหลาน 1
161 แม่ใหญ่ทัน สีสะอาด พร้อมลูกหลาน 1 จ่ายแล้ว 18,000
2,576,185
 

รายการร่วมจองเป็นเจ้าภาพศาลาปฏิบัติธรรม 80 ปี สารทมหาเถระ

รายการบริจาค

รายการร่วมจองเป็นเจ้าภาพศาลาปฏิบัติธรรม "80 ปี สารทมหาเถระ"
-------------
ยอดฉัตรศาลา 1 ชุด ชุดละ 500,000 บาท ช่อฝ้าศาลา 8 ช่อ ช่อละ 100,000 บาท
ห้องรับรองพระเถระ 2 ห้อง ห้องละ 290,000 บาท บันไดเลื่อน 2 ชุด ชุดละ 900,000 บาท
ห้องน้ำในอาคาร ชั้นบน 8 ห้อง ห้องละ 29,000 บาท ห้องน้ำ นอกอาคาร ห้อง 15,000 บาท
ประตูบานเลื่อนกระจก ชุดละ 25,000 /บานละ 2,500 บ. หน้าต่างบานเลื่อน ชุดละ 20,000 /บานละ 2,000 บ.
ระบบไฟฟ้าทั้งอาคาร จำนวน 300,000 บาท ระบบเครื่องเสียง จำนวน 200,000 บาท
สีทาภายนอก-ภายใน จำนวน 150,000 บาท ระบบน้ำประปา จำนวน 100,000 บาท
แผ่นปูพื้นคอนกรีตสำเร็จ แผ่นละ 300 บาท ปูนผสมสำเร็จรูป คิวละ 2,500 บาท
พัดลมผนัง ตัวละ 1,500 บาท โคมไฟ ชุดละ 1,200 บาท
กระเบื้องมุงหลังคา ตรม.ละ 600 /แผ่นละ 50 บ. กระเบื้องปูพื้น ตารางเมตรละ 250 บาท

อนึ่ง ท่านสามารถบริจาคเป็นตารางเมตรๆ ละ 7,000 บาท หรือบริจาคตามกำลังศรัทธา  

เกี่ยวกับศาลาปฏิบัติธรรม

เกี่ยวกับศาลาปฏิบัติธรรม

sala80year

เนื่องด้วยวัดพิชโสภาราม ตำบลแก้งเหนือ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับจัดตั้งเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด แห่งที่ ๓ และโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ประจำจังหวัด แห่งที่ ๑ ดำเนินจัดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม และอบรมสั่งสอนวิปัสสนากรรมฐานแก่พระภิกษุ สามเณร นิสิต นักศึกษา เยาวชน ตลอดถึงประชาชนทั่วไปตลอดทั้งปี เฉลี่ยรุ่นละ ๕๐๐-๑,๐๐๐ รูป/คน เป็นเหตุให้อาคารสถานที่ไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการ หลวงพ่อเจ้าคุณพระราชปริยัตยากร เจ้าอาวาสวัดพิชโสภาราม จึงดำริที่อยากให้มีศาลาปฏิบัติธรรมขึ้นเป็นส่วนเฉพาะ เพื่อรองรับการศึกษาและปฏิบัติที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นทางคณะศิษย์จึงปรึกษาหารือเพื่อก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมขึ้นตามเจตนารมณ์ เพื่อน้อมถวายเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระเดชพระคุณหลวงเจ้าคุณพ่อพระราชปริยัตยากร มีอายุวัฒนมงคลครบ ๘๐ ปี ในปีพ.ศ.๒๕๕๖

ศาลาปฏิบัติธรรมหลังนี้ มีขนาดความกว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร เป็นอาคารลักษณะทรงไทยประยุกต์ ๒ ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย ๔,๘๐๐ ตารางเมตร โดยใช้งบประมาณดำเนินการ จำนวน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามสิบล้านบาทถ้วน) โดยได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๑.๕๕ น. โดยมี นายสมเกียรติ ศรลัมย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานฝ่ายฆราวาส พระราชธีราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี พระราชปริยัตยากร เจ้าอาวาสวัดพิชโสภาราม ประธานฝ่ายสงฆ์

ต่อมา คณะศิษยานุศิษย์ได้ประชุมกันเรื่องการดำเนินการหาทุนและจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ในวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๕ ได้ระดมความคิดเกี่ยวกับการตั้งชื่ออาคารที่จะสร้างใหม่ เมื่อได้ชื่อที่เสนอมา 3 ชื่อแล้ว ได้เข้าไปกราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ เกี่ยวกับวาระการประชุม และได้กราบขอเมตตาพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ได้พิจารณาชื่อของอาคารที่เสนอไป ในที่สุดพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้เมตตาประทานชื่ออาคารที่สร้างใหม่ว่า "ศาลาปฏิบัติธรรม 80 ปี สารทมหาเถระ"